กระปุก ออมสิน กับตำนานที่ท่านอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน


291 views

กระปุก ออมสิน กับตำนานที่ท่านอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน

ตำนาน กระปุก ออมสิน

เชื่อว่าย้อนอดีตไปในวัยเด็ก  ทุกคนคงจะมีกระปุกออมสินกันอย่างน้อยคนละใบรออยู่ที่บ้าน ของบางคนอาจจะหนักอึ้งขณะที่ของบางคนอาจจะเบาโหวง ที่จำได้ก็อาจจะเป็นกระปุกปูนปลาสเตอร์รูปสัตว์ต่างๆ ที่ฮิตมากก็เห็นจะเป็นกระปุกหมูออมสิน นอกจากนี้ก็มีม้าลาย กระต่าย นก หรือจะเป็นกระปุกกระดาษ กระปุกสังกะสี แล้วแต่ยุคสมัย ค่อยๆ เก็บเงินมาหยอดกระปุกกันวันละเหรียญสองเหรียญพร้อมกับตั้งตารอว่าเมื่อไหร่หนอกระปุกของเราจะเต็มเสียที reviewsslot จะได้เอาเงินไปฝากธนาคารออมสินด้วยตัวเองในวันพฤหัสบดีหรือวันเสาร์ เพราะมักจะได้ของติดไม้ติดมือกลับมาเสมอ ไม่ว่าจะเป็นปฏิทิน การ์ด หรือกระปุกออมสินใบใหม่ กระปุกออมสินจึงมีด้วยกันมากมายหลายรุ่น

โดยประวัติกระปุกออมสินของไทยคงเริ่มจาก พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ครั้งเสด็จฯ ไปทรงศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษและทอดพระเนตร การดำเนินงานคลังออมสิน เมื่อเสด็จฯ กลับประเทศไทยจึงฝึกมหาดเล็กเด็กชายให้รู้จักเก็บออมเงินตั้งแต่ยังเด็ก โดยทรงนำแบบอย่างตู้ไปรษณีย์โทรเลขริมฟุตบาทมาทำเป็นกระปุกออมสิน กระปุกออมสินของไทย   ในยุคแรกจึงคล้ายคลึงกับประเทศอังกฤษ แตกต่างกันตรงวัสดุที่ผลิตและราคา

ซึ่งจากการสอบถามผู้รู้ ได้รับข้อมูลว่า กระป๋องออมสินรุ่นแรกที่จัดทำขึ้นจำลองจากแบบตู้ทิ้งจดหมายของกรมไปรษณีย์โทรเลข วางจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2478 ราคาใบละ 10 สตางค์ PGSLOT ผลิตที่ประเทศอังกฤษ ทำด้วยโลหะสังกะสี และมีกระดาษปิดทับ ด้านข้างมีคำกลอนเกี่ยวกับการออมเขียนไว้

รุ่นแรกนี้จัดทำขึ้นในยุคคลังออมสิน มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนใช้สำหรับเก็บสะสมทรัพย์ และนำมาฝากคลังออมสิน เรียกการรับฝากเงินประเภทนี้ว่า “คลังออมสินสำหรับบ้าน” หรือ Home Saving Bank เมื่อกระปุกเต็มแล้วจะทุบออกโดยเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนใบใหม่ให้ สำหรับรุ่นถัดมา หน้าตาคล้ายรูปเล่มหนังสือ หรือสมุดเงินฝาก ลักษณะเด่นของรุ่นนี้จะต้องใช้กุญแจไขจึงเปิดออก มีหลายสี เช่น แดง เหลือง ชมพู ฟ้า ผลิตที่ประเทศอังกฤษเช่นกัน Ufabet จำหน่ายราคาใบละ 35 บาท แต่ด้วยเหตุที่ราคาแพงมากจึงมีการรับซื้อคืนในเวลาต่อมา   หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ธนาคารออมสินจัดทำกระป๋องออมสินขึ้นใหม่ อีกครั้ง และเริ่มจำหน่ายเมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2499 ราคาใบละ 1 บาท โดยระหว่างปีพ.ศ.2499 -2504 ได้รับความนิยมมาก จำหน่ายได้มากกว่า 1 ล้านใบ เป็นรูปทรงกระบอกเหมือนรุ่นแรกแต่มีขนาดเล็กกว่า

กระปุก

ประวัติกระปุกออมสิน

ประวัติกระปุกออมสินชิ้นแรกถูกจัดทำขึ้นในยุคคลังออมสิน เพื่อนำมาเผยแพร่หรือแจกจ่ายแก่ประชาชนเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2478 แต่ในเวลานั้นเรียกว่า “กล่องใส่สตางค์คลังออมสิน” มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ประชาชนใช้สำหรับเก็บสะสมทรัพย์ แล้วนำมาฝากกับคลังออมสิน เรียกการรับฝากเงินประเภทนี้ว่า “คลังออมสินสำหรับบ้าน” (Home Savings Bank) กล่องออมสินรุ่นปฐมฤกษ์นี้ ทำด้วยโลหะสังกะสี จำลองมาจากตู้รับจดหมายของกรมไปรษณีย์โทรเลขสีแดง ซึ่งในขณะนั้นคลังออมสินอยู่ภายใต้สังกัดกรมไปรษณีย์โทรเลข ต่อมาเมื่อคลังออมสินถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ธนาคารออมสิน” รูปแบบกระปุกออมสินก็ถูกปรับเปลี่ยนให้มีรูปลักษณ์ที่จูงใจประชาชน ดึงความสนใจต่อการออมทรัพย์ให้มากขึ้น แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม joker แรงจูงใจในการออมเงินของเด็ก ยังคงเริ่มต้นด้วยกระปุกออมสินที่มีรูปแบบและสีสันสะดุดใจ จึงเป็นที่มาของโครงการประกวดกระปุกออมสิน เพื่อให้ได้รูปแบบของกระปุกออมสินที่ตรงใจเด็กมากที่สุด โดยจัดขึ้นตั้งแต่ปี 2541 หลังคณะรัฐมนตรีมีมติให้วันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวันออมแห่งชาติ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนรักการออม จากที่ก่อนหน้านี้ ธนาคารจะคิดรูปแบบกระปุกออมสินกันเองเป็นการภายใน จนถึงปัจจุบัน นโยบายการประกวดประดิษฐ์กระปุกออมสินยังคงเดินหน้าต่อไป และในแต่ละปีก็จะนำผลงานที่ชนะการประกวดมาเป็นต้นแบบของการผลิตกระปุกออมสินเพื่อแจกให้กับลูกค้าในวาระต่างๆ เช่น งานวันเด็กแห่งชาติ หรือ งานวันออมแห่งชาติ โดยเริ่มต้นที่ “กระปุกต้นออม” ที่ชนะการประกวด และเป็นกระปุกออมสินใบแรกที่ธนาคารนำมาผลิตเป็นของแจกในงานวันออมแห่งชาติประจำปี 2548 ที่ผ่านมา ธนาคารออมสินเคยสำรวจกับเด็ก ๆ ว่า กระปุกออมสินเป็นแรงจูงใจในการออมหรือไม่ แต่ทุกวันเด็กหรือวันออมที่เราจัดงาน ก็จะเห็นเด็กจำนวนมากมาต่อคิวเพื่อรับกระปุก แต่ก็ต้องมีการฝากเงินด้วย โดยทุกบัญชีจะได้รับกระปุกออมสิน 1 ชิ้น นั่นก็แสดงว่า มันเกี่ยวพันกันค่อนข้างมาก ถือเป็นสิ่งของที่เด็ก ๆ อยากได้นอกจากของเล่นอื่น ๆ สล็อต การประกวดประดิษฐ์กระปุกออมสิน นอกจากจะกระตุ้นให้เยาวชนรู้จักการออมเงินมากขึ้นแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบชิ้นงาน โดยแต่ละปีจะมีเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับประถม มัธยมศึกษา อุดมศึกษา จนถึงประชาชนทั่วไป ส่งกระปุกออมสินตามจินตนาการของตัวเองในจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี เฉลี่ยแต่ละปีมีมากถึง 300 ชิ้น บางปีมีส่งเข้ามาถึง 1,000 ชิ้น ปี 2549 จัดการประกวด ภายใต้หัวข้อ “ตามรอยพ่อ” เพื่อเทิดพระเกียรติในหลวงในโอกาสครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มีเด็กและเยาวชนสนใจเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก จึงต้องจัดการประกวดถึง 3 ครั้ง เพื่อคัดเลือกกระปุกที่มีรูปแบบที่สร้างสรรค์ที่สุด และในที่สุดกระปุกออมสินรูปหอยทากสีชมพูที่ใช้ชื่อว่า “ออม ดึ๊บ ดึ๊บ” ซึ่งเจ้าของต้องการเปรียบเทียบว่า การค่อย ๆ เก็บออมจะช่วยสร้างหลักประกันที่มั่นคงในชีวิตในอนาคต เหมือนกับการก้าวเดินของหอยทาก แต่ละปีธนาคารออมสินจะคิดคอนเซปท์ในการประกวด เพื่อให้กระปุกออมสินมีความหลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น โดยการประกวดแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ประเภทสวยงาม และ ประเภทความคิดสร้างสรรค์ เมื่อธนาคารได้สุดยอดฝีมือการประดิษฐ์กระปุกแล้ว ก็จะส่งต่อไปเวทีประดิษฐ์กระปุกออมสินของสถาบันออมสินโลก ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งที่ผ่านมาผลงานไทย ไปคว้ามาได้ 15 รางวัล

        ปัจจุบันในพิพิธภัณฑ์ธนาคารออมสิน มีกระปุกออมสินในกรุอยู่หลายร้อยชิ้น ทั้งจากกระปุกออมสินที่ธนาคารคิดทำกันเองภายใน จากการจัดประกวด ยังมีกระปุกออมสินจาก 50 ประเทศทั่วโลก ที่ได้แลกเปลี่ยนกันเมื่อครั้งมีการประชุมธนาคารออมสินโลกนับตั้งแต่ พ.ศ. 2493 เป็นต้นมา และเช่นเดียวกันที่กระปุกออมสินสัญชาติไทย จะได้ไปอวดโชว์ตามพิพิธภัณฑ์ทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่า บทแรกแห่งการออม นานาประเทศก็ตัดริบบิ้นด้วยกระปุกออมสินกันทั้งนั้น สมัยก่อนธนาคารออมสินต้องสั่งทำกระปุกออมสินจากต่างประเทศ เพราะยังผลิตเองไม่ได้ บางรุ่นมีราคาสูงถึง 35 บาทต่อชิ้น ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่สูงมากในขณะนั้น ทุกวันนี้กระปุกออมสินรุ่นนี้ ในตลาดซื้อขายของเก่า ตกอันละกว่า 10,000 บาท เพราะถือเป็นของหายาก ตัวกระปุกออมสินทำด้วยสังกะสี รูปแบบเหมือนหนังสือหรือไดอารี่ มีกุญแจสำหรับเปิดปิดได้ แต่ก็มีช่องสำหรับใส่เงินด้วย ได้รับความนิยมมากในสมัยนั้น เพราะใช้เป็นของที่ระลึกได้ด้วย แม้วันนี้เราจะมีผู้ช่วยด้านการออมเงินผุดขึ้นมามากมาย แถมสะดวกสบาย ได้ดอกเบี้ยมากอดเล่น ๆ แต่ก็คงไม่มีใครลืม “พี่เลี้ยง” เบอร์หนึ่งรายนี้ ที่ทำให้การออมกลายเป็นเรื่องของความผูกพันในวัยเยาว์และมีความหมายมากกว่าการเก็บเงิน

ประโยชน์ของกระปุกออมสิน

ประโยชน์ของการออม

1. สร้างวินัย

มีคนเคยบอกว่าการจะสร้างเด็กให้มีวินัยนั้น ให้สอนเด็กคนนั้นโดยเริ่มจากการออมเงิน รู้หรือไม่ว่า การออมเงินต้องใช้ความสามารถมากกว่าที่คุณคิด ไม่ใช่ทุกคนก็สามารถทำได้ สิ่งสำคัญเลยคือคุณต้องมีระเบียบวินัยอย่างมาก หากไม่แล้วกระปุกหมูของคุณคงไม่มีทางเต็มแน่  ฉะนั้นหากกระปุกหมูของคุณเต็มขอให้มั่นใจได้เลยว่าคุณเป็นคนมีวินัยระดับหนึ่งเลยทีเดียว แล้วถ้าหากคุณจะยกระดับความมีวินัยจากการหยอดกระปุก เป็นการเปิดบัญชีเงินฝากล่ะ คุณสามารถกำหนดเลยว่าคุณจะฝากเงินทุกๆสิ้นเดือนเป็นเงินเท่าไหร่ หากคุณทำได้สม่ำเสมอไม่ต่ำกว่าหนึ่งปี เชื่อแน่ว่า คุณคงกลายเป็นคนมีวินัยสูงมาก และรางวัลที่จะมอบให้คือเงินฝากทั้งหมดที่คุณออมไว้นั่นเอง

2. เงินเก็บ

แน่ล่ะ ผลตอบแทนที่ได้จากความพยายามออมเงินของคุณที่เห็นได้อย่างแรกเลยคือเงินเก็บ คุณคงไม่รู้หรอกว่าความสุขจากการมีเงินเก็บเป็นยังไร หากไม่รู้จักการออมเงิน มีเรื่องเล่าจากใครคนหนึ่งว่า มีเด็กน้อยที่อยากได้ของเล่นรุ่นใหม่ราคาแพง คุณพ่อคุณแม่เขาไม่ซื้อให้ เด็กน้อยคนนั้นใช้วิธีออมเงินจากค่าขนมที่ได้รับทุกๆวัน ในที่สุดก็เก็บเงินได้ครบตามราคาของเล่นที่เขาปรารถนา นอกจากที่เขาจะได้ของเล่นแล้ว เขายังได้ความภูมิใจที่เขารู้จักอดออม จนได้สิ่งที่เขาต้องการ ลองมองย้อนกลับมาที่ตัวคุณ หากคุณรู้จักออมเงินตั้งแต่วันนี้ เชื่อแน่ว่าคุณจะมีเงินเก็บมากพอ จนสามารถซื้อของที่คุณต้องการ ซึ่งใหญ่กว่าของเล่นธรรมดาแน่นอน

3. เป็นทุนในการนำไปสร้างมูลค่า

เมื่อคุณมีเงินเก็บจำนวนที่มากพอแล้ว นอกจากที่คุณจะสามารถนำไปใช้ซื้อสิ่งที่คุณอยากได้แล้ว คุณอาจนำเงินจำนวนนั้นไปสร้างมูลค่าให้งอกเงยเพิ่มขึ้นอีกได้ด้วย แน่นอนว่าหากคุณฝากไว้กับธนาคาร คุณก็ได้อย่างน้อยคือดอกเบี้ย แต่หากคุณต้องการผลตอบแทนที่สูงกว่านั้น ก็อาจนำเงินออมนั้นไปเปิดกิจการเล็กๆ ซื้อกองทุนรวม หรือหากคุณมีความรู้ด้านตลาดหุ้น คุณก็สามารถนำส่วนหนึ่งของเงินออมนี้ ไปเล่นหุ้นเพื่อเพิ่มมูลค่าให้เงินของคุณสูงยิ่งขึ้นไปได้อีก อาจมีความเสี่ยงสูงที่เงินจะเสียไป แต่เงินจำนวนนี้ถึงเสียไป ก็อาจไม่มีผลต่อคุณมากนัก เพราะไม่ใช่เงินที่ได้มาจากการกู้หนี้ยืมสิน

4. เพิ่มความมั่นคงในอนาคต

การมีเงินออมไว้จำนวนหนึ่งก็เหมือนคุณมีเกราะป้องกันสิ่งที่คาดไม่ถึง ใครจะรู้เล่าว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร คุณอาจใช้ชีวิตปกติสุขดี เงินจำนวนนี้ก็เก็บเอาไว้ซื้อความสุข แต่หากเกิดสิ่งเลวร้ายกับคุณล่ะ แน่นอนว่าไม่มีใครอยากประสบปัญหาในชีวิต แต่เงินออมนี้แหละที่จะช่วยให้ปัญหาเบาขึ้น ตัวอย่างเช่น คุณอาจประสบอุบัติเหตุหรือตรวจพบโรคร้ายแรงจนคุณไม่สามารถประกอบอาชีพดังเดิมได้ชั่วขณะ ตราบใดที่คุณมีเงินออมเก็บไว้จำนวนหนึ่ง บางทีปัญหาเหล่านี้อาจเบาขึ้นกว่าหากเทียบกับการไม่มีเงินเก็บเลย เพราะคุณไม่ต้องกู้หนี้ยืมสิน และที่สำคัญ มีความมั่นคงว่าในอนาคตคุณจะไม่ต้องเป็นภาระให้กับลูกหลาน

5. เป็นเหตุให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในประเทศ

ดังที่ได้เกริ่นมาแล้วข้างต้น การออมเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจภายในประเทศเจริญก้าวหน้า มีผลการวิจัยซึ่งการศึกษาเกี่ยวกับการออมพบว่า ประเทศที่มีการออมเงินเป็นปริมาณที่สูง จะส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับประเทศที่มีการออมต่ำ เพราะสามารถนำเงินที่ได้ จากการที่ประชาชนรู้จักการออม ไปลงทุนเพื่อพัฒนาประเทศโดยตรง ไม่จำเป็นต้องอาศัยเงินทุนจากต่างประเทศ หากนำเงินที่ได้รับจากการกู้ในต่างประเทศมาพึงพิงในปริมาณที่สูงและต่อเนื่อง อาจเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ก็เป็นได้ ดังนั้น ประเทศชาติจะเดินไปในทิศทางไหน ก็อยู่ที่ประชาชนภายในประเทศ จะปฏิบัติตัวในทิศทางใด คุณเองมีส่วนทำให้ประเทศพัฒนาได้ เพียงแค่คุณรู้จักการออมเงินเท่านั้น

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม niceoppai อ่านการ์ตูน Dr.Stone ได้ที่นี่ !!

อัพเดทล่าสุด : 26 เมษายน 2021

joker joker joker